แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานการณ์ แสดงบทความทั้งหมด
การแนะนําตนเองอย่างเป็นทางการ (formal Introduction)
การแนะนําตนเองอย่างเป็นทางการ (formal Introduction)
เช่น May I introduce myself?
My name is Somporn Wansawang.
(ขออนุญาตแนะนําตัว ผมชื่อสมพร วันสว่าง)
Can/Could I introduce myself?
My name is Jack Smith.
(ขออนุญาตแนะนําตัว ผมชื่อแจ็ค สมิธ)
Let me introduce myself?
I am Amporn Ploysang.
(ขออนุญาตแนะนําตัว ดิฉันชื่ออัมพร พลอยแสงค่ะ)
How do you do,Mr.Steven?
My name is Marry.
(สวัสดีค่ะคุณสตีเวน ดฉิันชื่อแมรี่ค่ะ)
How do you do,Miss Suse?
I’m glad to meet you.
(สวัสดี คุณซูซี่ ยินดีที่ได้รู้จัก)
ข้อสังเกต How do you do. เป็นสํานวนที่ใช้ในการทักทายอย่างสุภาพ
เมื่อ พบกันครั้งแรกเวลาเขียนท้ายข้อความ How do you do.
จะใช้เครื่องหมาย (?) หรือ (.) ก็ได้
การตอบรับ (Responding)
เช่น I’m glad to meet you.
Pleased to meet you.
Nice to meet you. ยินดีที่ได้รู้จัก
Nice to know you.
How do you do.
ข้อสังเกต I’m glad to meet you, Pleased to meet you, Nice to meet you.
(ควรสังเกตประโยคที่เป็นรูป infinitive with to ที่ใช้ตามหลัง Adjective.)
(คำคณุศัพท์) และสามารถใช้เป็นรูป gerund. (V.ing) ก็ได็ เช่น
Nice meeting you.
Glad meeting you.
Nice knowing you.
หลังจากแนะนําตนเองแล้วอาจบอกชื่อ ที่ทํางานหรืออาชีพ
เช่น I come form Nakorn Pathom,Thailand.
(ดิฉันมาจากจังหวัดนครปฐม ประเทศไทยค่ะ)
I work at/in the post office near here.
(ผมทํางานที่ที่ทำการไปรษณีย์ใกล้ ๆ ที่นี่)
I’m a student (ดิฉันเป็นนักศึกษา)
I’m a doctor. (ผมเป็นหมอ)
ตัวอย่าง เช่น Good morning, My mane is Sombat Phosri.
I come from Bangkok,Thailand.
I work at the hospital.
" Hello. I’m Liza from Canada
Hello. I’m Bob Robin from England. "
หรือจะใช้คําถามว่ามาจากที่ไหนหรือถามเกี่ยวกับอาชพีในการสนทนาโต้ตอบกัน เช่น
Where do you come from? / Where are you from? (คณุมาจากไหน)
What do you do? (คณุมีอาชพีอะไร)
What’s your job? (คณุมีอาชพีอะไร)
ตัวอย่างประโยค
David: May I introduce myself? My name is David.
William: How do you do? My name is William.
David: Nice to know you. Where are you from?
William: I’m from Australia. And you?
David: I’m from America.
" May I introduce myself? My name is David
How do you do. My name isWilliam. "
ตัวอย่างประโยค
Susan: Let me introduce myself. I am Susan Steven.
I’m a secretary.
Laura: Glad to meet you. I’m Laura Carpenter.
Where do you come from?
Susan: From New York. And you?
Laura: I’m from Spain.
Susan: What do you do?
Laura: I’m a nurse.
วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557
Posted by Workman Workman
การทักทายและการตอบรับคําทักทาย (Greeting)
การทักทายและการตอบรับคําทักทาย (Greeting)
สาระสำคัญ การทักทายและการตอบรับการทักทายเป็นทักษะพื้นฐานของการ สื่อสารในชีวิตประจําวัน
เรื่องที่ 1 การทักทายช่วงเวลาต่างๆ
การทักทายและตอบรับการทักทายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ในการทักทายมีช่วงเวลา ดังนี้
เรื่องที่ 2 การทักทายบุคคลเมื่อพบกันครั้งแรก
ในการทักทายเมื่อ พบกันครั้งแรกกับบุคคลที่เราไม่รู้จักคุ้นเคย หรือเพิ่งพบ กัน จะใช้ประโยคดังนี้
เรื่องที่ 3 การทักทายบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน
การทักทายกับบุคคลที่รู้จักคุ้นเคยกัน ปกติเราจะใช้คําพูดไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปการทักทายมี 2 แบบ ดังนี้
สาระสำคัญ การทักทายและการตอบรับการทักทายเป็นทักษะพื้นฐานของการ สื่อสารในชีวิตประจําวัน
เรื่องที่ 1 การทักทายช่วงเวลาต่างๆ
การทักทายและตอบรับการทักทายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ในการทักทายมีช่วงเวลา ดังนี้
เรื่องที่ 2 การทักทายบุคคลเมื่อพบกันครั้งแรก
ในการทักทายเมื่อ พบกันครั้งแรกกับบุคคลที่เราไม่รู้จักคุ้นเคย หรือเพิ่งพบ กัน จะใช้ประโยคดังนี้
เรื่องที่ 3 การทักทายบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน
การทักทายกับบุคคลที่รู้จักคุ้นเคยกัน ปกติเราจะใช้คําพูดไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปการทักทายมี 2 แบบ ดังนี้
วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557
Posted by Workman Workman
การทักทายบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน ( Greetings persons known before. )
การทักทายบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน ( Greetings persons known before. )
การทักทายกับบุคคลที่รู้จักคุ้นเคยกัน ปกติเราจะใช้คําพูดไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปการทักทายมี 2 แบบ ดังนี้
การทักทายแบบเป็นทางการ (Formal Greeting)
การทักทายแบบไม่เป็นทางการ (Informal Greeting)
การทักทายแบบเป็นทางการ (Formal Greeting) ใช้กับบุคคลที่อาวุโสกว่า หรือในวงการธุรกิจ ราชการ
Good morning Mr.Tee
Good morning Mr.Jack How are you today?
ตัวอย่างประโยค
Mr.Jack: Good morning Mr.Tee.
Mr.Tee: Good morning Mr.Jack How are you today?
Mr.Jack: Fine, thank you. And how are you?
Mr.Tee: Fine, thank you.
ตัวอย่างประโยค
Susan: Good evening, Laura. How are you?
Laura: Good evening, Susan. Not so well. I have a fever.
Susan: Take care of yourself. You ought to see the doctor.
Laura: Yes, I will.
หรือหลังคำทักทาย อาจเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องดิน ฟ้า อากาศ ในขณะนั้น เช่น
It’s a lovely day, isn’t it. (วันนี้อากาศดีนะ)
It’s isn’t very nice today, is it? (วันนี้อากาศไม่ดีเลยนะ)
It’s nice and warm, isn’t it? (วันนี้อากาศดีและอบอุ่นนะ)
It isn’t a lovely day, is it? (วันนี้อากาศไม่ดีเลยนะ)
การตอบรับ (Responding)
Yes, it is. (ค่ะ วันนี้อากาศดี)
Yes, it’s lovely. (ค่ะ วันนี้อากาศดี)
Yes, it’s beautiful. (ค่ะ วันนี้อากาศดี)
No, it isn’t. (วันนี้อากาศไม่ดีเลย)
No, it’s terrible. (วันนี้อากาศไม่ดีเลย)
ตัวอย่างประโยค
Mr.Paul: Good morning. Mrs.Mali
Mrs.Mali : Good morning. Mr.Paul. It a lovely day today, isn’t it?
Mr.Paul: Yes, it is.
ตัวอย่างประโยค
Mr.George: Good afternoon, Mr. Ken.
Mr.Ken: Good afternoon, Mr. George. It isn’t very nice today, is it?
Mr. George: No, it’s terrible.
ข้อสังเกต
1. การถามประโยคที่ผู้ถามคาดว่าคําตอบของผู้ตอบจะเห็นด้วยมักจะใช้ คําถามที่เป็นปฏิเสธ เช่น ถาม
It’s lovely day, isn’t it? ตอบ Yes, it is. และถ้าผู้ถามคาดว่าคําตอบจะไม่เห็นด้วยประโยคคําถามจะเป็น It isn’t nice and sunny today, is it? ตอบ No, it isn’t.
2. ประโยค Present Simple.
ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นปัจจุบันหรือเหตุการณ์ที่เป็นจริง เช่นS + V1ประธาน + กริยาช่องที่ 1
It’s a lovely day today, isn’t it? (วันนี้อากาศดีนะ)
It’s isn’t very nice today, is it? (วันนี้อากาศไม่ดีเลย)
Today is Monday. (วันนี้เป็นวันจันทร์)
การทักทายแบบไม่เป็นทางการ (Informal Greeting) จะใช้กับเพื่อนสนิท หรือ
คนที่เราคุ้นเคย ซึ่งจะใช้ Hi หรือ Hello นำก่อนชื่อเพื่อนหรือไม่ต้องมีชื่อ
เพื่อนก็ได้ แล้วตามด้วยประโยคต่อไปนี้
Hi,Sam. / Hello Joe. (สวัสดี)
Hi,Sam. How are things? (เป็นอย่างไรบ้าง)
Hello, Joe. How’re you doing? (เป็นอย่างไรบ้าง)
Hello, Liz. How’s life? (เป็นไงบ้าง)
Hi, How’s everything? (เป็นอย่างไรบ้าง)
Hi,What’s new? (มีอะไรใหม่ ๆ ไหม)
What’s up? (ทําอะไรอยู่)
การตอบรับคําทักทาย (Responding) คําตอบทั่ว ๆ ไปก็จะเป็น
So so. (ก็เรื่อย ๆ, ก็งั้น ๆ)
All right,thank you. (สบายดี ขอบคณุ)
Very well,thank you. (สบายดีจริง ๆ ขอบคณุ)
Not bad. (ไม่เดือนร้อน, ก็ไม่เลว)
Not much. (ไม่มีอะไรพิเศษ)
Nothing special. (ไม่มีอะไรพิเศษ)
ตัวอย่างประโยค
Sam: Hello, Liz. How’s life?
Liz : All right,thank you. What’s new?
Sam: Nothing special.
ตัวอย่างประโยค
Jai: Hi! How are things?
Porn: Very well indeed, How about you?
Jai: Not so bad.
หลังคําทักทายจะเป็นคําถามเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น
How are you?
How are you today?
How are you this morning?
How are you this afternoon?
การตอบรับ (Responding)
ถ้าสบายดีจะตอบว่า
I’m fine, thank you. And how are you?
(สบายดี แล้วคุณล่ะ)
Fine, thank you. And you?
(สบายดี แล้วคุณล่ะ)
Very well, thank you.
(สบายดี ขอบคุณ)
ถ้าไม่สบายจะตอบว่า
I’m not so well today.
(วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย)
Not so well. I have a fever.
(วันนี้ฉันไม่สบาย เป็นไข้)
Not very well.I have a flu.
(วันนี้ฉันไม่สบายเป็นไข้หวัดใหญ่)
คู่สนทนาจะตอบว่า
I’m sorry to hear that.
(เสียใจด้วยนะ)
Take care of yourself.
(ดูแลสุขภาพคุณด้วยนะ)
That’s too bad.
(แย่จังเลย)
************************************************************************
Posted by Workman Workman


