แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การทักทาย แสดงบทความทั้งหมด

การแนะนําตนเองอย่างไม่เป็นทางการ (Informal Introduction)

การแนะนําตนเองอย่างไม่เป็นทางการ  (Informal Introduction)



เช่น  Hi/Hello. I’m Andy. From French.
         Hi/Hello. My name is William. From England.

" Hello. I’m Liza from Canada
Hello. I’m Bob Robin from England. "

ตัวอย่างประโยค
Bob:   Hello. I’m Bob Robin. from England.  
Liza:  Hello. I’m Liza from Canada.  
Bob:   It’s a nice party,isn’t it?  
Liza:  Lovely. How do you do?  
Bob:   How do you do? Glad to know you.  
Liza:  Glad to know you,too.

ข้อสังเกต   Verb to be  ในประโยค  ย่อรูปได้ดังนี้
I am         ย่อรูปเป็น       I’m
You are    ย่อรูปเป็น       You’re
It is          ย่อรูปเป็น       It’s  
We are     ย่อรูปเป็น        We’re  
They are  ย่อรูปเป็น       They’re
She is       ย่อรูปเป็น       She’s  
He is        ย่อรูปเป็น       He’s


การทักทายและการตอบรับคําทักทาย (Greeting)

การทักทายและการตอบรับคําทักทาย  (Greeting)



สาระสำคัญ การทักทายและการตอบรับการทักทายเป็นทักษะพื้นฐานของการ สื่อสารในชีวิตประจําวัน

เรื่องที่  1   การทักทายช่วงเวลาต่างๆ
การทักทายและตอบรับการทักทายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ในการทักทายมีช่วงเวลา ดังนี้

เรื่องที่  2   การทักทายบุคคลเมื่อพบกันครั้งแรก
ในการทักทายเมื่อ พบกันครั้งแรกกับบุคคลที่เราไม่รู้จักคุ้นเคย หรือเพิ่งพบ กัน จะใช้ประโยคดังนี้

เรื่องที่  3   การทักทายบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน
การทักทายกับบุคคลที่รู้จักคุ้นเคยกัน ปกติเราจะใช้คําพูดไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปการทักทายมี 2 แบบ ดังนี้

การทักทายบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน ( Greetings persons known before. )

การทักทายบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน  ( Greetings persons known before. )



การทักทายกับบุคคลที่รู้จักคุ้นเคยกัน   ปกติเราจะใช้คําพูดไม่เหมือนกัน  โดยทั่วไปการทักทายมี 2 แบบ ดังนี้

การทักทายแบบเป็นทางการ        (Formal Greeting)        
การทักทายแบบไม่เป็นทางการ   (Informal  Greeting)

การทักทายแบบเป็นทางการ (Formal Greeting)  ใช้กับบุคคลที่อาวุโสกว่า หรือในวงการธุรกิจ ราชการ

Good morning  Mr.Tee
Good morning Mr.Jack How are you today?

ตัวอย่างประโยค
Mr.Jack:  Good  morning  Mr.Tee.
Mr.Tee:   Good  morning  Mr.Jack  How  are  you  today?                    
Mr.Jack:  Fine, thank  you.  And  how  are  you?
Mr.Tee:   Fine, thank  you.

ตัวอย่างประโยค
Susan:  Good  evening, Laura.  How  are  you?
Laura:  Good  evening, Susan.  Not  so well.  I  have  a  fever.
Susan:  Take  care  of  yourself.  You ought  to  see   the  doctor.
Laura:  Yes, I  will.

หรือหลังคำทักทาย อาจเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องดิน ฟ้า อากาศ ในขณะนั้น เช่น
It’s  a  lovely  day,  isn’t  it.               (วันนี้อากาศดีนะ)
It’s  isn’t  very  nice  today, is  it?     (วันนี้อากาศไม่ดีเลยนะ)
It’s  nice  and  warm, isn’t  it?           (วันนี้อากาศดีและอบอุ่นนะ)
It  isn’t  a  lovely  day, is  it?              (วันนี้อากาศไม่ดีเลยนะ)

การตอบรับ  (Responding)
Yes,  it  is.                 (ค่ะ  วันนี้อากาศดี)
Yes,  it’s  lovely.       (ค่ะ  วันนี้อากาศดี)
Yes,  it’s  beautiful.  (ค่ะ  วันนี้อากาศดี)
No, it  isn’t.              (วันนี้อากาศไม่ดีเลย)
No, it’s  terrible.       (วันนี้อากาศไม่ดีเลย)

ตัวอย่างประโยค
Mr.Paul:      Good  morning.  Mrs.Mali
Mrs.Mali :   Good  morning.  Mr.Paul. It a lovely day today, isn’t it?
Mr.Paul:      Yes, it is.

ตัวอย่างประโยค
Mr.George:   Good  afternoon, Mr.  Ken.
Mr.Ken:        Good afternoon, Mr. George. It  isn’t  very  nice  today, is  it?
Mr. George:   No, it’s  terrible.

ข้อสังเกต
1. การถามประโยคที่ผู้ถามคาดว่าคําตอบของผู้ตอบจะเห็นด้วยมักจะใช้ คําถามที่เป็นปฏิเสธ  เช่น  ถาม
It’s  lovely  day, isn’t  it? ตอบ   Yes, it is.  และถ้าผู้ถามคาดว่าคําตอบจะไม่เห็นด้วยประโยคคําถามจะเป็น  It  isn’t  nice  and  sunny  today, is  it?  ตอบ  No, it  isn’t.

2. ประโยค  Present  Simple.
S             +               V1 
ประธาน           +      กริยาช่องที่  1 

ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นปัจจุบันหรือเหตุการณ์ที่เป็นจริง  เช่น
It’s a lovely day today, isn’t it?   (วันนี้อากาศดีนะ)
It’s isn’t very nice today, is it?    (วันนี้อากาศไม่ดีเลย)
Today is Monday.                        (วันนี้เป็นวันจันทร์)

การทักทายแบบไม่เป็นทางการ   (Informal Greeting) จะใช้กับเพื่อนสนิท หรือ
คนที่เราคุ้นเคย  ซึ่งจะใช้   Hi หรือ   Hello นำก่อนชื่อเพื่อนหรือไม่ต้องมีชื่อ
เพื่อนก็ได้  แล้วตามด้วยประโยคต่อไปนี้

Hi,Sam. /   Hello Joe.                   (สวัสดี)
Hi,Sam.     How are things?         (เป็นอย่างไรบ้าง)
Hello, Joe. How’re you doing?   (เป็นอย่างไรบ้าง)
Hello, Liz. How’s life?                (เป็นไงบ้าง)
Hi, How’s everything?                 (เป็นอย่างไรบ้าง)
Hi,What’s new?                           (มีอะไรใหม่  ๆ  ไหม)
What’s up?                                  (ทําอะไรอยู่)

การตอบรับคําทักทาย  (Responding)   คําตอบทั่ว ๆ  ไปก็จะเป็น

So so.                           (ก็เรื่อย  ๆ, ก็งั้น  ๆ)
All right,thank you.    (สบายดี ขอบคณุ)
Very well,thank you.   (สบายดีจริง ๆ  ขอบคณุ)
Not bad.                      (ไม่เดือนร้อน, ก็ไม่เลว)
Not much.                   (ไม่มีอะไรพิเศษ)
Nothing special.          (ไม่มีอะไรพิเศษ)

ตัวอย่างประโยค
Sam:    Hello, Liz. How’s life?
Liz :     All right,thank you. What’s new?
Sam:    Nothing  special.

ตัวอย่างประโยค
Jai:       Hi!  How  are  things?
Porn:   Very well  indeed, How  about  you?
Jai:       Not  so  bad.

หลังคําทักทายจะเป็นคําถามเกี่ยวกับสุขภาพ  เช่น
How  are  you?
How  are  you  today?  
How  are  you  this  morning?
How  are  you  this afternoon?

การตอบรับ  (Responding)

ถ้าสบายดีจะตอบว่า
I’m  fine, thank  you.  And  how  are  you?
(สบายดี  แล้วคุณล่ะ)
Fine, thank  you.  And  you?
(สบายดี  แล้วคุณล่ะ)
Very  well, thank  you.
(สบายดี ขอบคุณ)

ถ้าไม่สบายจะตอบว่า
I’m  not  so  well  today.
(วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย)
Not so well. I have a fever.
(วันนี้ฉันไม่สบาย  เป็นไข้)
Not very well.I have a flu.
(วันนี้ฉันไม่สบายเป็นไข้หวัดใหญ่)

คู่สนทนาจะตอบว่า
I’m  sorry  to  hear  that.
(เสียใจด้วยนะ)
Take  care  of  yourself.
(ดูแลสุขภาพคุณด้วยนะ)
That’s too bad.  
(แย่จังเลย)

************************************************************************

Free Downloads APP

Popular Post

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

- Copyright © Sample-English -Metrominimalist- Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -